การเปลี่ยนผ่านจากอัตราดอกเบี้ย IBOR

จาก IBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางเลือกใหม่ (Alternative Reference Rates)

ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป เราจะหยุดใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระหว่างธนาคาร (IBOR) ในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยในการจัดหาเงินทุนของเรา และจะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางเลือกใหม่แทน

อัตรา IBOR คืออะไร

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระหว่างธนาคาร (IBOR) เป็นเกณฑ์อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสัญญาหลากหลายชนิด

อัตรา IBOR ส่วนใหญ่จะยุติการใช้ภายในสิ้นปี 2564 ซึ่งหมายความว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมดที่อ้างอิงภายใต้ IBOR รวมถึง London Interbank Offered Rate (LIBOR) ที่เป็นที่รู้จักดีก็จะถูกยกเลิกและถูกแทนที่ด้วยอัตราทางเลือกใหม่

LIBOR คืออะไร

นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา LIBOR ถูกมองว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างธนาคารที่ใช้ในการคำนวณอัตราที่ธนาคารจะเสนอเงินกู้ยืมระยะสั้นให้แก่กัน ก่อนจะเกิดวิกฤตการเงินปี 2551 LIBOR ถูกมองว่าเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในการวัดสุขภาพของระบบการเงินทั่วโลกทั้งหมด

ทำไมอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงจึงเปลี่ยนไป

หน่วยงานกำกับดูแลได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนของ IBOR ข้อกำหนดสภาพคล่องที่เข้มงวดซึ่งเกิดจากวิกฤตการเงินปี 2551 พร้อมกับการสูญเสียความน่าเชื่อถือของ LIBOR เนื่องจากกรณีอื้อฉาวและการมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตดังกล่าว ทำให้ IBOR เป็นที่นิยมน้อยลงสำหรับการกู้ยืมระหว่างธนาคารระยะสั้นแบบไม่มีหลักประกัน ซึ่งนำไปสู่การลดลงอย่างมากในการระดมทุนระหว่างธนาคารแบบไม่มีหลักประกันในทศวรรษที่ผ่านมา รวมทั้งการขาดสภาพคล่องจนกลายเป็นตลาดที่มีปริมาณธุรกรรมไม่มากพอ จึงเป็นสาเหตุให้หน่วยงานกำกับดูแลเปลี่ยนความชอบของพวกเขาไปเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางเลือกใหม่ (ARR)

จะเปลี่ยนเป็นอัตราอะไร

ผู้ใช้ IBOR จะเปลี่ยนไปใช้อัตราอ้างอิงทางเลือกใหม่ (ARR) ARR ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยข้ามคืนที่เกิดขึ้นจริงในตลาดเงินสดสภาพคล่องและตลาดอนุพันธ์รายใหญ่ ซึ่งทำให้ ARR แข็งแรงกว่าและมีความผันผวนน้อยกว่า IBOR

เนื่องจาก ARR เป็นอัตราที่ไม่มีความเสี่ยง จึงไม่รวมความเสี่ยงด้านเครดิตที่รวมอยู่ในการคำนวณที่ใช้ IBOR ซึ่งขึ้นอยู่กับการให้กู้ยืมระหว่างธนาคารในระยะเวลายาวขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อฉันอย่างไรบ้าง

หากคุณถือสถานะซื้อขายดัชนีในช่วงท้ายของเวลาซื้อขาย (17: 00 น. เขตเวลาตะวันออก) สถานะดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าเป็นการถือสถานะข้ามคืนและจะถูกหักค่าธรรมเนียมหรือได้รับเงินเครดิตเพื่อสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการจัดหาเงินทุนสำหรับสถานะของคุณ (ตามสัดส่วนมาร์จิ้นที่ใช้)

ในดัชนี จะมีการคำนวณดังนี้

ค่าธรรมเนียมหรือเงินเครดิตรายวัน = มูลค่าของสถานะซื้อขาย * x อัตราการจัดหาเงินทุนที่ใช้/365 **

อัตราการจัดหาเงินทุนที่ใช้ในตัวอย่างนี้จะถูกเปลี่ยนจากอัตราอ้างอิงระหว่างธนาคาร (IBOR) เป็นอัตราอ้างอิงทางเลือกใหม่ (ARR) ตัวอย่าง เช่น ใน US Wall St 30 อัตราการจัดหาเงินทุนของคุณจะเปลี่ยนจาก USD LIBOR - 3 เดือนไปเป็น SOFR หรืออัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนแบบมีหลักประกัน (Secured Overnight Financing Rate)

ตารางด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดัชนีแต่ละตัวใช้อัตราการจัดหาเงินทุนใดอยู่ในปัจจุบัน และอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทางเลือกใหม่ใดที่เราจะใช้แทน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564
ดัชนี อัตราการจัดหาเงินทุนระหว่างธนาคารเดิม อัตราอ้างอิงทางเลือกใหม่
Australia 200 Australia Bank Bill - 3 เดือน AONIA
China A50 USD LIBOR - 1 เดือน SOFR
Germany 30 EURIBOR - 3 เดือน ESTR
Europe 50 EURIBOR - 3 เดือน ESTR
France 40 EURIBOR - 1 เดือน ESTR
Hong Kong 33 HKD HIBOR - 1 เดือน HONIA
India 50 USD LIBOR - 1 เดือน SOFR
Japan 225 USD LIBOR - 3 เดือน SOFR
US Nas 100 USD LIBOR - 3 เดือน SOFR
Netherlands 25 EURIBOR - 1 เดือน ESTR
Singapore 30 SGD SIBOR - 1 เดือน SORA
US SPX 500 USD LIBOR - 3 เดือน SOFR
Taiwan Index USD LIBOR - 1 เดือน SOFR
UK 100 GBP LIBOR - 3 เดือน SONIA
US Russell 2000 USD LIBOR - 3 เดือน SOFR
US Wall St 30 USD LIBOR - 3 เดือน SOFR

*โดยที่มูลค่าของสถานะซื้อขาย = ขนาดของสถานะซื้อขาย x ราคาเมื่อสิ้นสุดวันที่ซื้อขาย (17: 00 น. เขตเวลาตะวันออก)

**สำหรับสถานะซื้อดัชนี อัตราการจัดหาเงินทุนที่ใช้คือค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ 2.5% บวกอัตราทางเลือกที่ใช้โดยเป็นอัตรารายปี แสดงเป็นอัตราติดลบ จึงถูกหักค่าธรรมเนียม

สำหรับสถานะขายดัชนีเมื่ออัตราทางเลือกที่ใช้สูงกว่าค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ 2.5% ของเรา อัตราที่ใช้จะเป็นผลต่างระหว่างอัตราทั้งสอง โดยเป็นอัตรารายปี แสดงเป็นอัตราบวก จึงได้รับเงินเครดิตเข้าบัญชี
เมื่ออัตราทางเลือกที่ใช้ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ 2.5% ของเรา อัตราที่ใช้จะเป็นผลต่างระหว่างอัตราทั้งสองโดยเป็นอัตรารายปี ซึ่งแสดงเป็นอัตราติดลบ จึงมีการเรียกเก็บเงิน โปรดดูหน้าค่าใช้จ่ายในการจัดหาเงินทุนของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราการจัดหาเงินทุนของเราที่ใช้ในการคำนวณ